ส่วนราชการ คพ. โทร 022053555 ที่ 0031.31/3849 วันที่ 31 ตุลาคม 2549 เรื่อง ตอบหาข้อรือเกี่ยวกับกรณีข้าราชการตำรวจไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เรียน ผู้ช่วย ผบ.ตร.(กมส.) (ผ่าน รอง ผบช.กมส. (2) 1. ต้นเรื่อง บช.ตชด. มีหนังสือ ที่ 0030.143/2126 ลง 20 ต.ค. 49 หารือ การปฏิบัติกรณีข้าราชตำรวจไม่ยินยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนว่าจะสามารถดำเนินการโดยวิธีใดได้บ้าง และจะอายัดเงิน กบข.ได้หรือไม่ 2. ข้อเท็จจริง คพ. ได้ตรวจสอบแล้วปรากฏ ข้อเท็จจริงว่า ส.ต.อ. ก ผบ.หมู่ เมื่อครั้งปฎิบัติหน้าที่ มว. ได้เบิกอาวุธของทางราชการ ปลย. แบบ 11 ข หมายเลข 136671 ไปใช้ในการปฎิบัติหน้าที่ราชการ เมื่อได้รับคำสั่งย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ มว.รปภ.ร้อย ได้ส่งอาวุธปืนคืนแต่อาวุธปืนดังกล่าวชำรุดเสียหาย กก. จึ่งได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิด ผลการสอบสวนคณะกรรมการฯ มีความเห็นว่าสาเหตุแห่งการชำรุดเสียหายใช้การไม่ได้เกิดขึ้นเพราะขาดการบำรุงรักษา ผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือ ส.ต.อ. ก เป็นเงินจำนวน 3,337 บาท กก. จึงได้มีคำส่งเรียกให้ ส.ต.อ. ก นำเงินจำนวนดังกล่าวมาชดใช้ให้กับทางราชการ แต่เมื่อถึงกำหนด ส.ต.อ. ก ไม่ยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และปัจจุบันได้ถูกสั่งพักราชการ ไม่ได้รับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยง มีเพียงเงิน กบข. ที่ได้รับเมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว 3 .ข้อ กฎหมาย
4 .ข้อพิจารณา คพ. พิจารณาแล้วมีความเห็น ดังนี้ 4.1 คำสั่ง กก ที่เรียกให้ ส.ต.อ. ก ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับทางราชการยังไม่ถูกต้อง เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งทางปกครองที่อาจอุทธรณ์หรือโต้แย้งต่อไปได้ซึ่งตามมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2549 กำหนดไว้ว่าให้ระกรณีที่อาจอุทธรณ์หรือโต้แย้ง การยื่นคำอุทธรณ์หรือโต้แย้ง และระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์หรือโต้แย้งดังกล่าวไว้ด้วย การที่ กก. ออกคำสั่งโดยระบุให้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองภายในอายุความ 2 ปีจึงยังไม่ถูกต้อง ดังนั้น จึงเห็นควรสั่งการให้ กก. ดำเนินการแก้ไขคำสั่งให้ถูกต้องตามคำแนะนำของคณะกรรมการ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ที่ 1/2540 เรื่อง หลักเกณฑ์การแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งทางปกครอง(รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่แนบ)แล้วแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ ส.ต.อ. ก ทราบต่อไป 4.2 เมื่อคำสั่งเรียกชดใช้เงินตามข้อ 4.1 ครบกำหนดระยะเวลาแล้วแต่ ส.ต.อ.ก ไม่นำเงินมาชำระให้กับทางราชการแต่อย่างใดซึ่งตาม มาตรา 57 พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 กำหนดว่าคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ผู้ใดชำระเงิน ถ้าถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระโดยถูกต้องครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือเตือนให้ผู้นั้นชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคำเตือนเจ้าหน้าที่อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยวิธียึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้นั้น และขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินให้ครบถ้วน แต่จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า กก. ยังไม่ดำเนินการไม่ถูกต้อง ดังนั้นจึงเห็นควรสั่งการให้ กก. มีหนังสือเตือนให้ ส.ต.อ.ก ชำระเงินภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน โดยให้ระบุในหนังสือเตือนด้วยว่า ถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคำเตือน ท่านอาจจะต้องถูกใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยวิธียึดหรืออายัดทรัพย์สิน เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระให้กับทางราชการจนครบถ้วน 4.3 กรณี ส.ต.อ. ก ไม่ชำระค่าสินไหมทดแทนจะสามารถดำเนินการโดยวิธีใดบ้างนั้น ตามมาตรา 57 พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 กำหนดว่าเจ้าหน้าที่อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยวิธียึดหรืออายัดทรัพย์ และขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินให้ครบถ้วนดังนั้น เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามหนังสือเตือน ข้อ 4.2 แล้ว ส.ต.อ.ก ไม่นำเงินมาชำระให้กับทางราชการก็สามารถใช้มาตราการบังคับทางปกครองโดยวิธียึดหรืออายัดทรัพย์สินของ ส.ต.อ. ก และขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินให้กับทางราชการได้ โดยผู้มีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดหรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับของคำสั่งทางปกครอง คือ ผบ. ตร.ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 9(พ.ศ.2542)ออกตามความใน พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ข้อ 1(2) ดังนั้น กก. จึงไม่มีอำนาจอายัดเงิน กบข. ของ ส.ต.อ. ก ได้ หากมีกรณีที่จะต้องยึดหรืออายัดทรัพย์สินก็จะต้องพิจารณาเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึง ตร. เพื่อดำเนินการตามอำนาจต่อไป 5. ข้อเสนอ เห็นควรดำเนินการตาม ข้อ.4 และให้ คพ. มีหนังสือแจ้ง บช.ตชด. เพื่อทราบต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
พล.ต.ต. ไพศาล คล้ายศรี (ไพศาล คล้ายศรี) ผบก. คพ.
|